ผู้เชี่ยวชาญชี้ ปล่อยปลาดุก ได้บาปมากกว่าบุญ ปล่อย1ตันกินสัตว์น้ำ1.8ล้านตัวต่อปี

0 289

การทำบุญด้วยการปล่อยปลา ปล่อยนก อยู่คู่กับคนไทยมานาน เพราะถือเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่ง โดยคนไทยมีความเชื่อว่า ปล่อยปลาให้ชีวิตใหม่ ตัวเองนั้นจะหมดเคราะห์หมดโศก แต่หากนึกถึงเรื่องของระบบนิเวศนั้น ต้องบอกว่า การปล่อยปลา โดยเฉพาะปลาดุกนั้น เป็นการทำลายระบบนิเวศอย่างร้ายแรงมาก

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563) ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน้ำจืด ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Nonn Panitvong โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยปลาดุกลงแม่น้ำนั้น อาจได้บาปมากกว่าได้บุญ พร้อมเผยการคำนวณผลกระทบของปลาดุกปล่อยต่อระบบนิเวศ สรุปว่าปลาดุก 1 ตัน สามารถกินสัตว์น้ำได้ถึงประมาณ 1,800,000 ตัวต่อปี

โดยทางด้าน ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ได้ลงรายละเอียดว่า… ปลาดุกที่นิยมเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหารในปัจจุบันในประเทศไทย เป็นปลาดุกลูกผสมที่เกิดจากปลาดุกยักษ์จากทวีปแอฟริกาและปลาดุกอุย ลูกปลาที่เกิดมาเป็นปลาลูกผสมที่ถือว่าเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เรียกชื่อทางการค้าว่าปลาดุกบิ๊กอุย ได้ปลาที่โตเร็ว มีเนื้อดีพอสมควรและเป็นหมัน

การใช้ประโยชน์คือนำมาบริโภคตามจุดประสงค์ที่ถูกเลี้ยงขึ้นมา ในปัจจุบันมีผู้นิยมนำปลาดุกบิ๊กอุยไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทยเพื่อทำบุญ แต่การกระทำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่นั้นๆ โดยผมจะขอยกตัวอย่าง ในกรณีที่ปลาดุกที่ถูกเลี้ยงมาในที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปตลอดชีวิตสามารถปรับตัวหัดหาอาหารเองในธรรมชาติเป็น ไม่ถูกใครจับไปเสียก่อน ดังนี้
สมมุติฐาน

ปลาดุกเป็นปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ สักครึ่งๆ 50:50

ปลาดุกกินอาหารวันละ 5% ของน้ำหนักตัว

ปลาดุกที่ปล่อยขนาดทั่วไปของตลาดประมาณ 3ตัว/1กิโลกรัม

ปลาดุกถูกปล่อยลงไปในแหล่งน้ำที่สมบูรณ์มีอาหารให้กิน

โจทย์

– นายบุญหนัก ต้องการปล่อยปลาดุก 1,000 กิโลกรัม คิดเป็นปลาดุกประมาณ 3,000 ตัว

– ปลาดุก 1,000 กิโลกรัม จะกินอาหารวันละ 50 กิโลกรัม (1,000*5%)

– ในอาหาร 50 กิโลกรัมนี้เป็นสัตว์ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นคิดเป็นสัตว์น้ำหนักรวม 25 กิโลกรัม หรือ 25,000 กรัม (1 กก. = 1,000 กรัม)

– ปลาดุกตัวขนาดนี้ สัตว์น้ำท้องถิ่นอย่าง ลูกปลาบู่ ลูกปลาตะโกก ลูกปลาตะเพียน ปลาซิว กุ้งฝอย และ หอยขม ที่กินได้พอดีๆคำจะตัวประมาณ 2-3 เซนติเมตรก็จะหนักไม่เกิน 5 กรัม ดังนั้นปลาดุก 3,000 ตัวที่นายบุญหนักปล่อยไปนี้ ถ้าต้องการมีชีวิตที่ดีก็ต้องกินสัตว์น้ำอื่นๆไปวันละ 5,000 ตัว(25,000/5) หรือปีละ 1,800,000 ชีวิต (5,000*360)

– อันนี้คำนวณแบบง่ายๆว่าปลาดุกไม่ได้โตขึ้นด้วยนะ ในความเป็นจริงกินไปโตไปก็จะกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าระบบนิเวศแถวนั้นมันเสื่อมโทรมไปแล้ว ปลาดุกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จู่ๆถูกเอามาปล่อยให้สู้ชีวิตด้วยตัวเองหาอาหารกินไม่ได้ก็อาจจะอดตายไปอย่างทรมานก็เป็นไปได้เช่นกันครับ
สรุปด้วยสมมุติฐานดั้งเดิมว่าปลาดุกรอด

การปล่อยปลาดุก 1 ตัน เราจะสูญเสียสัตว์น้ำท้องถิ่นไปประมาณ 1.8 ล้านชีวิตต่อปี ในจำนวนนี้อาจจะเป็นลูกปลาเศรษฐกิจ ที่ถ้าปล่อยให้โตไปก็จะเป็นอาหารของชาวบ้านได้อีก ในจำนวนนี้อาจจะเป็นปลาหายากที่ถ้ารอดไปก็จะสามารถไปสืบพันธุ์ต่อได้

ในจำนวนนี้มีปลาท้องถิ่นขนาดเล็กซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอย่างปลาซิวที่จะเป็นอาหารของปลาท้องถิ่นขนาดใหญ่ต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นสัตว์น้ำที่อยู่ของเค้าดีๆก็มีใครก็ไม่รู้เอาสัตว์ผู้ล่ามาปล่อยลงไปในบ้านเค้าเต็มไปหมด คือลองนึกภาพคุณอยู่ในบ้านของคุณดีๆก็มีใครไม่รู้เอาเสือ เอาสิงโตมาปล่อยลงไปในหมู่บ้านคุณเพื่อทำบุญ โดยคุณไม่มีทางที่จะสู้เลย

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องบุญบาปสักเท่าไหร่ อ่านแล้ว คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันนะครับว่าควรจะปล่อยไหม

สาธุ

Credit ภาพก็ตามในภาพเลยนะครับ

ปล. เพิ่มเติมตอนค่ำ มีการแชร์ออกไปเยอะมาก ผมก็ตามอ่านไปเรื่อยและหนึ่งในคำถามที่กลับมาคือไม่ปล่อยปลาดุกแล้วจะให้ปล่อยอะไร โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าไม่ต้องปล่อยอะไรครับ ปลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ออกลูกคราวละมากๆอยู่แล้ว

ถ้าระบบนิเวศสมบูรณ์ ปลาเพิ่มจำนวนจนเต็มพื้นที่เร็วมาก ดังนั้นถ้าคุณอยากช่วยปลา ช่วยกันดูแลคุณภาพให้ดี อย่าทิ้งขยะลงในน้ำ ช่วยกันต่อต้านโครงการทำลายระบบนิเวศในน้ำอย่างการ สร้างเขื่อน สร้างฝาย ขุดตลิ่ง ทำให้ปลามีที่อยู่ที่ดี เดี๋ยวเค้าเพิ่มจำนวนและชนิดตามความเหมาะสมของระบบนิเวศเองครับ

ทั้งนี้ถ้าอยากใช้เงินในการช่วยสัตว์ ผมแนะนำให้นำเงินไปบริจาคให้องค์กรการกุศลต่างๆที่ช่วยเหลือสัตว์ในธรรมชาติ อย่าง สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิสืบฯ มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก หรือพวกกองทุนที่ช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งลำบากเสี่ยงชีวิตรักษาป่าให้พวกเรา แบบนั้นพวกเค้าจะเอาเงินของคุณไปช่วยให้สัตว์ได้อยู่ในธรรมชาติ ในบ้านของเค้าอย่างมีความสุข ได้บุญชัวร์ๆครับ

ขอบคุณ : Nonn Panitvong (ดร.นณณ์)

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน