แอน ควง น้องนนนี่ เปิดใจ แม่ลูกต่างกันสุดขั้ว รู้สึกยังไง เมื่อคุณแม่เปรี้ยวมาก

0 223

เรียกว่าสวยและเก่งเหมือนแม่ไม่มีผิด สำหรับ นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวของคุณแม่ แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ที่ล่าสุดได้มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ทำเอาสตูดิโอดูคึกคักสดชื่นด้วยความสวยออร่าจากคู่แม่ลูกคู่นี้เป็นที่สุด

ซึ่งงานนี้ คุณแม่แอน ได้ควงลูกสาว น้องนนนี่ เคลียร์ใจเรื่องความต่างขั้ว ที่ว่าอยู่ด้วยกันต้องทะเลาะกันทุกครั้ง พร้อมกับอัปเดตชีวิตที่พลิกผันจากนักแสดงมาเป็นชาวสวนจับจอบ พรวนดินปลูกผักทานเอง

ช่วงนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้วเหรอ ?

นนนี่ : ใช่ค่ะ กลับมาได้ประมาณ 4 เดือนแล้วค่ะ

เป็นความตั้งใจที่จะกลับมาเพราะโควิดหรือว่ามันบังเอิญ ?

นนนี่ : เป็นคนที่กลับเมืองไทยอยู่แล้วทุกปีค่ะ ก็ช่วงประมาณเดือนเมษา

แอน : ปีละครั้งค่ะ ไม่งั้นเกินงบค่าเครื่องบินไม่ไหว

นนนี่ : พอมันมีข่าวเรื่องโควิด แม่ก็เลยบอกว่ากลับมาเร็วนิดนึงไหม ก็เลยเลื่อนตั๋วขึ้นมาเป็นมีนาคม

แอน : คือบอกให้เขากลับมาเอง ตอนแรกเขาจะไม่กลับ เขาบอกว่าไม่มีอะไรหรอก คือตามประสาวัยรุ่น เขาจะไม่ค่อยขี้กังวล แต่แบบเราเป็นคนแก่ไง เราก็จะรู้สึกว่า ไม่ได้ แล้วไหนจะยายบอกว่าทำไมไม่ให้หลานกลับมาสักทีอะไรอย่างนี้ เราก็เลยบังคับให้ลูกกลับมา

พอมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นยังไงคะ ?

แอน : ก็ตีกันสิคะ ไม่เห็นจะยากเลยค่ะ

นนนี่ : นิดหน่อยค่ะ ก็ไม่นิดนะ

แอน : คือเราก็บ่นไปเรื่อยอะไรงี้ค่ะ พูดไปบ่นไป บางทีเขาหาของไม่เจอ ก็หาไม่เจอก็บอกแล้วให้วางให้เป็นที่

นนนี่ : จะเป็นอารมณ์แบบเรียกทั้งวันมากกว่า ก็คือแบบ แม่ แม่ ไอ้นี่อยู่ไหน ? ไอ้นั่นอยู่ไหน ? แม่ก็จะตอบกลับ ทำไมไม่รู้จักเก็บให้เป็นที่ คือเป็นคนทุกอย่างจะวางแบบว่าอยู่ตรงนั้น

แล้วเวลาบ่นเนี่ยถึงขั้นไหน ? โกรธเลยไหม ?

แอน : คือถ้าโกรธก็จะหายใจลึก ๆ อะคะ โอเค ไม่เป็นไรเนอะ

คุณแม่ดุไหม ?

นนนี่ : ก็ดุ แต่ก็ไม่ได้ดุขนาดแบบกลัวขนาดนั้น

แอน : คือว่าแม่ดุค่ะ แต่ลูกไม่กลัว

พี่แอนหวงไหม ? ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนเดียว

แอน : ถามว่าหวงไหม คือทั้งหวงทั้งห่วงแหละค่ะ เพราะว่าเราก็มีลูกอยู่คนเดียว แต่ว่าในจุดตรงนั้นเนี่ยเราก็ต้องยอมรับความจริงด้วย เพราะว่าหลักของชิวิตคือแบบว่า ต่างคนต่างเกิดเนอะ ดังนั้นเขาเกิดมาเป็นลูกเรา เราก็ดูแลเขาระดับนึง แต่ว่าเมื่อเขาโตแล้ว เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตของเขาแล้ว เราก็จะต้องให้เขาใช้ชีวิตของตัวเขาเอง ทุกคนต้องเดินทางไป มันต้องมีก้าวผิดก้าวถูกกันไปบ้างในระหว่างทางเนี่ย

สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นมันก็จะเป็นประสบการณ์ชีวิตของเขาค่ะ มันไม่มีทางที่เราจะแบบว่าให้ทุกอย่างโรยกลีบกุหลาบดอกไม้ เป็นไปไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดคนเรามันต้องมีพื้นฐานชีวิตที่ดี มันถึงจะแบบว่า ก่อร่างสร้างอนาคตของตัวเองไปได้ เดี๋ยวนี้ยุคมันก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนแอนเล่นไอจีไม่เป็นนะ ก็เรียนรู้จากลูกอย่างนี้ คือทุกอย่างมันต้องปรับเข้าหากัน มันไม่ใช่ปรับแค่ลูกอย่างเดียว เราก็ต้องปรับด้วย

นนนี่ : แต่เดี๋ยวนี้ก็จะกลายเป็นลูกเรียนรู้จากแม่แล้วนะ

แอน : เก่งมาก ตัดคงตัดคลิป

นนนี่ : ให้ไปเลยในวันวันนึง แล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม เจอตอนเที่ยง หกโมงก็ยังจะนั่งอยู่ แล้วเราจะได้เห็นคลิปสักสองสามทุ่ม

แอน : นี่ทำให้ลูกนะ เดี๋ยวนี้เก่งจากที่ไม่รู้เลยอะค่ะ แต่ว่าชอบตลอดเวลาไหม ? มันเสียเวลา แต่ว่าถามว่าต้องรู้ไหม ? ก็ต้องรู้ ก่อนที่เราจะทำอะไร เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งนั้นก่อน แอนไม่เข้าใจเลยนะยูทูบ สมัยก่อนก่อนแอนไม่รับเลยค่ะ เพราะแอนก็มองว่า เราอายุขนาดนี้แล้ว เราอยู่ในโลกใบนี้ คือเดี๋ยวนี้ทุกคนเรียนรู้ทุกอย่างจากยูทูบหมดเลย เราก็ต้องปรับตัวเราไม่งั้นเราก็อยู่ไม่ได้เนอะ มันก็ลำบาก มันก็เลยเป็นที่มาของการทำนู้นทำนี่ขึ้นมา

แล้วก็มีคลิปออกมาเยอะแยะไปหมด รวมถึงคลิปที่หลายคนเห็นแล้วบอกว่าจะไปเป็นเกษตรกรแล้ว ? ไปปลูกที่ไหนคะ ?

แอน : ไปปลูกที่บางเสร่ ที่บ้านที่แทมมารีน รีสอร์ต ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดกำลังระบาด นนนี่ก็เพิ่งกลับมาใหม่ ๆ ก็เลยชวนกันไปอยู่ต่างจังหวัด

เรียนรู้เองเลยเหรอคะ ?

แอน : เราก็มีผู้ช่วยด้วย เราก็เรียนรู้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ค่อยได้ไปใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งสักเท่าไหร่

นี่คือปลูกเพื่อมากินเองเหรอ ?

แอน : ปลูกเพื่อทานเองที่บ้านในครอบครัวค่ะ เป็นจริงเป็นจัง ซื้อถุงมือซื้ออุปกรณ์ใหม่หมดเลยค่ะ

น้องนนนี่เคยไปลงสวนกับคุณแม่ไหม ?

แอน : เขาทำแต่ป้ายค่ะ แม่ขอให้เขาช่วยเขียนป้ายภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

นนนี่ : แล้วป้ายนั้นก็ไม่ได้ใช้ เพราะว่าไม่ได้ปรินต์ออกมาให้

มีผักอะไรบ้างคะที่ปลูก ?

แอน : มีผักบุ้ง ถั่วฝักยาว มะนาวเขาปลูกไว้อยู่แล้ว กะเพรา โหระพา อันนี้เบสิกต้องมีอยู่แล้ว

คลิปทั้งหมดพวกนี้พี่แอนถ่ายเอง ตัดต่อเองหรอ ?

แอน : ถ่ายเอง ตัดต่อเอง ก็มีคนช่วยด้วยค่ะ มีคนช่วยลงสงลงเสียง

หลายคนบอกว่า พี่แอน สิเรียม ในยุคนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ? อาจจะเป็นเพราะแต่ก่อนเราไม่มีสื่อที่จะได้เห็นไลฟ์สไตล์จริง ๆ

แอน : เดี๋ยวนี้โลกมันแคบแนอะ ใกล้ชิดกันมากขึ้น จริง ๆ รั่วมากเลยนะคะ

อยู่กับโลกโซเชียลมากขึ้น จนมีแฟนคลับตามไปทุกที่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มากเพราะว่าเหล่าเอฟซีของพี่แอน รุ่นที่เรียกน้องนนนี่ว่าพี่ ?

แอน : อาจจะมาจากจากคลับฟรายเดย์ แอนคิดว่าที่แอนไปเล่นคลับฟรายเดย์ (ตอน รักล้ำเส้น)

ซึ่งมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วนะเรื่องนั้น แฟนคลับยังแน่นอยู่ ?

แอน : ใช่ รู้งี้เล่นคลับฟรายเดย์มาตั้งนานแล้ว ติดต่อมาตั้งหลายครั้งก็ปฏิเสธเขา ถ้ารู้ว่าเล่นแล้วดังอย่างนี้นะเล่นไปแล้ว

นนนี่ได้ดูคุณแม่เล่นไหม ? รู้สึกยังไง ?

แอน : ขนาดนั้นเลยหรอแม่ โทร. มาตอนนั้น

นนนี่ : อารมณ์เหมือนแบบว่า จริงดิ ถามจริง อะไรอย่างเนี้ย ส่วนใหญ่จะแซวมากกว่า

แอน : แต่แอนว่ามันนสนุกดีนะ มีความรู้สึกว่า จริง ๆ ละครสมัยนี้มันทำให้มันเหมือนชีวิตจริงของมนุษย์ มันไม่ต้องมาเป็นแบบทุกคนมีในแง่บวก แง่ลบของชีวิตกันทั้งนั้น ตอนเห็นบทตอนแรกก็สองจิตสองใจ แต่ก็ลองเล่นดู เราก็ไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้ แล้วมันรู้สึกได้พัฒนาทางด้านการแสดงค่ะ

เวลาแม่ถ่ายชุดว่ายน้ำ มีคอมเมนท์ไหมจากคุณลูก

นนนี่ : ไม่มี บอกแม่สวย แม่ต้องโชว์เลย ไม่เคยขัดเลยค่ะ

หลัง ๆ เห็นเล่นบทร้ายมาขึ้น จนเริ่มจะไม่เล่นบทร้ายแล้ว ?

แอน : มันเหนื่อยอะค่ะ

นนนี่ : กลับบ้านมาแบบ เฮ้อ…..(ถอนหายใจยาว) ไม่พูดอะไรเลย กลับมาถอนหายใจ หนูก็แบบกลัวอะ กลัวอารมณ์ยังค้างอยู่ ที่บ้านหันซ้ายหันขวาไม่มีใครนะคะ มีเรา

แอน : หนีกันไปหมดเลย ทิ้งฉันไว้คนเดียวหรือเนี่ย ?

มีไหมติดอารมณ์นั้นกลับมาบ้าน

แอน : แน่นเลยค่ะ กลับมาเหมือนข้างในมันยังครุ่นอยู่ มันยังตึก ๆ เพราะว่าแอนไปเล่น ด้วยความที่คนเขาจะคิดว่าหน้าแอนใจดี แต่จริง ๆ แอนเป็นคนตาดุนะ เอาจริง ๆ เวลาไม่ยิ้มอะไรอย่างนี้ แอนก็เลยแบบว่าไม่ต้องพูดมองอย่างเดียว

น้องนนนี่อยากเข้าวงการไหม ?

แอน : อยากรู้เหมือนกันนะเนี่ย? ฝากฝังเลยลูกกับพี่ฉอด ช่วยนี้เป็นช่วงเปิดกว้างแล้ว เดี๋ยวแม่จับลดน้ำหนักมากเข้าไปอีก (หัวเราะ)

นนนี่ : ก็อยากลองนะคะ คือแต่ก็แบบแอบกลัวนิดนึง

แอน : เล่นเป็นตัวร้ายไปเลยลูก เพราะเราเป็นนางเอกไม่ได้ แม่ดูละ (แซวลูก) แม่เคยเป็นผู้จัดมาก่อน

ขอบคุณ : กะปุก / annsirium

ข่าวน่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมจากผู้เขียน